คำถามแรกที่เจ้าของบ้านหรือโครงการมักจะถามเมื่อต้องการ ทุบตึกหรือ รื้อถอนอาคารคือ "ราคาเท่าไหร่?" ความเป็นจริงคือ งานรื้อถอนไม่มีราคากลางที่ตายตัวเหมือนการซื้อของ เพราะแต่ละหน้างานมีความยากง่าย โครงสร้าง และอุปสรรคที่แตกต่างกัน พูนสินการโยธา ขอสรุป 4 ปัจจัยหลักที่วิศวกรใช้ในการตีราคา เพื่อให้คุณเข้าใจและสามารถคำนวณความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจจ้างผู้รับเหมาครับ
4 ปัจจัยที่ส่งผลต่อ "ราคาทุบตึกและรื้อถอน"
1. ขนาดและประเภทของโครงสร้างอาคาร
ยิ่งตึกสูงหรือมีโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC) ที่หนาแน่น ค่าแรงและค่าเครื่องจักรในการ ทุบตึกย่อมสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น การรื้อถอนบ้านไม้ 2 ชั้น ย่อมมีราคาถูกกว่าการทุบอาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เพราะใช้เครื่องจักรและเวลาในการทำงานน้อยกว่า
2. สภาพแวดล้อมและทางเข้าหน้างาน (Accessibility)
นี่คือปัจจัยที่ทำให้ราคาแกว่งมากที่สุด หากอาคารตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ รถแบคโฮขนาด PC120 และรถสิบล้อสามารถเข้าจอดทำงานได้เลย ราคาจะถูกลง แต่หากบ้านของคุณอยู่ใน "ซอยแคบ"หรือเป็นตึกแถวที่มีผนังติดกับเพื่อนบ้าน ผู้รับเหมาต้องใช้แรงงานคนสกัดทำลาย (Manual Demolition) ผสมกับรถแบคโฮเล็ก ทำให้ใช้เวลาทำงานนานขึ้น ค่าแรงจึงสูงขึ้นตามไปด้วย
3. ระยะทางการขนส่งเศษขยะ (Debris Disposal)
เมื่อ รื้อถอนเสร็จสิ้น เศษปูน เศษอิฐ และขยะก่อสร้างจะต้องถูกขนย้ายไปทิ้งในบ่อขยะที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากหน้างานของคุณอยู่ไกลจากจุดทิ้งขยะ ค่าขนส่งและค่าน้ำมันรถสิบล้อจะถูกบวกเข้าไปในต้นทุน
4. มูลค่าของเศษวัสดุที่หลงเหลือ (ส่วนลดค่ารื้อถอน)
นี่คือข้อดีของการจ้างบริษัท รับเหมาทุบตึกที่มีมาตรฐาน หากบ้านของคุณมี โครงหลังคาเหล็ก, เหล็กเส้นในเสาปูน, ไม้สัก, ไม้แดง, หรือสายไฟขนาดใหญ่ วิศวกรจะประเมินราคาวัสดุเหล่านี้และนำไป "หักลบเป็นส่วนลด"ออกจากค่ารื้อถอน ซึ่งหลายโครงการได้รื้อถอนฟรี หรือได้เงินทอนคืนเลยก็มีครับ
"ข้อควรระวัง: ผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำกว่ามาตรฐานอย่างผิดปกติ บางรายอาจลักลอบนำขยะก่อสร้างไปทิ้งในที่สาธารณะ หรือทิ้งงานกลางคันเมื่อเอาโครงสร้างเหล็กที่มีมูลค่าไปหมดแล้ว การทำสัญญารื้อถอนที่ชัดเจนจึงสำคัญมาก"


