หลายคนอาจเคยเห็นป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้าที่เขียนว่า "รับทุบตึกฟรี"หรือ "รื้อถอนบ้านฟรี"และเกิดความสงสัยว่าโลกนี้มีของฟรีจริงหรือไม่? ผู้รับเหมาได้กำไรจากตรงไหน? คำตอบคือ "มีจริงครับ"แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกหลังจะสามารถทุบฟรีได้เสมอไป ปัจจัยสำคัญคือมูลค่าของ "เศษวัสดุ" ที่หลงเหลืออยู่ในตัวอาคารครับ
หลักการทำงานของ "ทุบตึกแลกเศษวัสดุ"
อาคารเก่าทุกหลังมีสิ่งที่เรียกว่า "ทรัพย์สินที่ซ่อนอยู่" ซึ่งสามารถนำไปรีไซเคิลหรือขายต่อได้ ผู้รับเหมาจะทำการประเมินมูลค่าของทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อนำมาหักลบกับ "ต้นทุนค่ารื้อถอน" (ค่าแรงคนงาน, ค่าเช่าเครื่องจักร, ค่าน้ำมัน, และค่าทิ้งขยะ) โดยเศษวัสดุที่มีราคาสูง ได้แก่:
- โครงสร้างเหล็ก และเหล็กเส้น:เหล็ก H-Beam, I-Beam, หรือเหล็กเส้นที่อยู่ในเสาและคานคอนกรีต เป็นวัสดุหลักที่สามารถขายเข้าโรงหลอมเหล็กได้ในราคาสูง
- ไม้เก่าเนื้อแข็ง:ไม้สัก ไม้แดง ไม้มะค่า จากเสาบ้าน พื้นกระดาน หรือโครงหลังคา เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดเฟอร์นิเจอร์และนักสะสม
- สายไฟและทองแดง:สายไฟเมนขนาดใหญ่ภายในโรงงานหรืออาคารพาณิชย์ มีทองแดงอยู่ภายในซึ่งเป็นแร่ที่มีราคารับซื้อสูง
- อลูมิเนียม สังกะสี และเมทัลชีท:จากโครงหลังคาและวงกบหน้าต่าง
อาคารแบบไหนเข้าข่าย "ทุบฟรี" หรือได้เงินทอน?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราขอยกตัวอย่างสมการการคำนวณง่ายๆ ดังนี้:
สมการ: [มูลค่าเศษวัสดุ] - [ต้นทุนค่ารื้อถอน] = ผลลัพธ์
- กรณีได้เงินทอน:อาคารโครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ โรงงาน หรือบ้านไม้สักเก่า (มูลค่าวัสดุ 300,000 - ค่ารื้อถอน 100,000 = ผู้รับเหมาจ่ายเงินให้เจ้าของบ้าน 200,000 บาท)
- กรณีทุบฟรี:ตึกแถวที่มีเหล็กเส้นพอประมาณ (มูลค่าวัสดุ 100,000 - ค่ารื้อถอน 100,000 = เจ๊ากัน ไม่ต้องจ่ายเงิน)
- กรณีต้องจ่ายเงินเพิ่ม:บ้านปูนล้วน บ้านจัดสรรสมัยใหม่ หรืออาคารในซอยแคบที่ต้องใช้แรงงานคนเยอะ (มูลค่าวัสดุ 50,000 - ค่ารื้อถอน 150,000 = เจ้าของบ้านต้องจ่ายค่าส่วนต่าง 100,000 บาท)
"ข้อควรระวัง: ผู้รับเหมาทิ้งงานและไม่เก็บเศษซาก หากเลือกจ้างบริษัทที่ไม่มีมาตรฐาน บางรายอาจเข้ามาทุบเอาแต่เหล็กหรือไม้ที่มีค่า แล้วปล่อยเศษอิฐเศษปูนทิ้งไว้ให้เจ้าของบ้านต้องตามเก็บกวาดเอง การทำสัญญาว่าจ้างที่ระบุเงื่อนไขการเคลียร์ขยะจึงสำคัญมาก"


